KCPP.A.C.C.E

Kimberly-Clark Professional Thailand มีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหาร และจัดการวัสดุแบบใช้แล้วหมดไป (Consumable Goods) โดยออกแบบโปรแกรมสำหรับช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการอาหาร สามารถที่จะช่วยบริหาร และจัดการควบคุมวัสดุดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโปรแกรม “KCP-P.A.C.C.E.” จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ 5 ประการ เพื่อเป็นส่วนเสริมทำให้สอดคล้องกับระบบความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety Management System) รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ที่ดีขึ้น

P
PERSONAL
HYGIENE
สุขอนามัยส่วนบุลคล

เป็นหลักปฎิบัติสำคัญอย่างหนึ่งที่ระบุไว้ในระบบ GMP (Good Manufacturing Practice) ที่ให้บุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวงจร การผลิตและประกอบอาหาร ไม่เป็นพาหะนำเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจติดและปะปนมากับส่วนอวัยวะต่างๆ เช่น มือซึ่งทำให้ เชื้อก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร (Food-Borne Pathogen) เข้าสู่บริเวณส่วน ประกอบอาหาร

ทั้งนี้กระบวนการตรวจสอบทางอาหารประกอบด้วยขั้นตอนและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ประเมินและวัดผลผู้ประกอบการสำหรับการปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety Management System)ต่างๆ ตัวอย่างเช่น ระบบ GMP, HACCP หรือ ISO 22000 เป็นต้น

A
AUDIT
READINESS
ความพร้อมในการตรวจสอบ

ปัจจุบัน กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety Audit) ถือเป็นวิธีการสำคํญที่จะช่วยประเมินความตั้งใจ และความเอาใจใส่ ของผู้ประกอบการธุรกิจบริการอาหารในการประกอบอาหารที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยที่จะส่งมอบถึงผู้บริโภคในแต่ละวัน รวมทั้งทำให้ผู้บริโภค เกิดความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์อาหารของผู้ประกอบการ และส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความน่าเชื่อถือและมีธุรกิจที่ยั่งยืน

C
CLEANING
EFFICIENCY
ประสิทธิภาพการทำความสะอาด

ดังนั้นหลักเกณฑ์การเลือกใช้รวมทั้งวิธีการใช้วัสดุเช็ดทำความสะอาดที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับการทำงานจะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในขั้นตอนการทำความสะอาดส่งผลให้พนักงานทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เวลาในการทำความสะอาดลดลงทำให้ไม่เหน็ดเหนื่อยรวมทั้งช่วยขจัดปัญหาการเกิด การปนเปื้อนข้าม (Cross-Contamination) อันทำให้เกิดความเป็นพิษทางอาหาร (Food-Poisoning Disease) ได้อีกเช่นกัน

C
CROSS-CONTAMINATION
PREVENTION
การป้องกันการปนเปื้อนข้าม

การป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-Contamination Prevention) การปนเปื้อนในทางอาหารมีการปนเปื้อนหลักๆ 3 ประการได้แก่

1

การปนเปื้อนทางกายภาพ (Physical Contamination)
ตัวอย่างเช่น มีขน หรือผมหลุดหล่นในบริเวณประกอบอาหาร

2

การปนเปื้อนทางเคมี (Chemical Contamination)
ตัวอย่างเช่น มีสารกำจัด ศัตรูพืชปะปนมากับผักและผลไม้

3

การปนเปื้อนทางชีวภาพ (Biological Contamination)
ตัวอย่างเช่น มีเชื้อราปะปนอยู่ในถั่วลิสง

สำหรับการปนเปื้อนข้ามจะเน้นไปที่การปนเปื้อน ทางชีวภาพที่มีแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสปะปนหลุดรอดเข้าไปในส่วนบริเวณการผลิตอาหารไปพร้อมกับพาหนะต่างๆ ได้แก่ พนักงาน วัตถุดิบประกอบอาหาร อุปกรณ์ประกอบอาหาร หรือวัสดุใช้เช็ดทำความสะอาดเป็นต้น ซึ่งการปนเปื้อนข้ามจะก่อให้เกิดภาวะอันตรายต่อผู้บริโภคที่เรียกว่า "ความเป็นพิษทางอาหาร (Food-Poisoning Diseases)" ซึ่งก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร หรือถ้าขั้นร้ายแรงอาจถึงเสียชีวิต

E
EXCEPTIONAL
SAFETY
ความปลอดภัยจากการทำงาน

ในแต่ละวันพนักงานจะต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่อาจมีความเสี่ยงสำหรับการเกิดอุบัติเหตุอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลให้พนักงานได้รับอุบัติเหตุทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเป็นเหตุไม่สามารถประกอบอาหารได้หรืออาจจะเป็นพาหนะที่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยทางอาหารเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น

พนักงานที่ล้างภาชนะอุปกรณ์ทำครัวหรือทำความสะอาดบริเวณครัวหรือห้องน้ำ บริเวณมือและฝ่ามือต้องมีการสัมผัสกับน้ำยาล้างภาชนะ หรือสารเคมีต่างๆ โดยตรง ซึ่งสารเคมีหรือน้ำยาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการแพ้ที่บริเวณมือและฝ่ามือหรือเกิดเป็นแผลอักเสบ ส่งผลไม้ให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องและอาจเป็นพาหะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งส่งผลทำให้พนักงานต้องหยุดทำงาน และอาจจะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยทางอาหารเกิดขึ้น